วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554

ถนนสายแรกของไทย


               ถนนสายแรกในประเทศไทย คือ ถนนเจริญกรุง(New Road) สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 พ.ศ.2404 โดยต่อมามีการตัดถนนบำรุงเมือง ถนนเฟื่งนคร รวมทั้งถนนพระราม 4 และถนนสีสมในเขตชานพระนคร
              ถนนเจริญกรุงเริ่มตั้งแต่ถนนสนามไชยถึงแม่น้ำเจ้าพระยาที่ถนนตก กรุงเทพมหานคร เป็นถนนรุ่งแรกที่ใช้เทคนิคการสร้างแบบตะวันตก ปัจจุบันผ่านพื้นที่เขตพระนคร เขตสัมพันธวงศ์ เขตบางรัก เขตสาทร และเขตบางคอแหลม
              เมื่อสร้างถนนเจริญกรุงเสร็จใหม่ ๆ นั้นยังไม่ได้พระราชทานนาม จึงเรียกกันทั่วไปว่า ถนนใหม่ ชาวยุโรปเรียกว่า นิวโรก(New Road)ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรกเกล้าฯพระราชทานนามถนนว่า "ถนนเจริญกรุง" ซึ่งมีความหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง    

วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2554

วันสำคัญ


วันสำคัญที่สำคัญจริงๆนะในเดือนมกราคม
วันที่ 1 มกราคม : วันขึ้นปีใหม่

วันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม : วันเด็กแห่งชาติ
วันที่ 16 มกราคม : วันครู

วันสำคัญที่สำคัญจริงๆนะในเดือนกุมภาพันธ์
ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3  : วันมาฆบูชา
          
วันสำคัญที่สำคัญจริงๆนะในเดือนมีนาคม
วันที่ 8 มีนาคม : วันสตรีสากล

วันที่ 13 มีนาคม : วันช้างไทย


วันสำคัญที่สำคัญจริงๆนะในเดือนเมษายน
วันที่ 6 เมษายน : วันจักรี

วันที่ 13 14 15 เมษายน : วันสงกรานต์

วันที่ 13 เมษายน : วันผู้สูงอายุ
วันที่ 14 เมษายน : วันครอบครัว

วันสำคัญที่สำคัญจริงๆนะในเดือนพฤษภาคม
วันที่ 1 พฤษภาคม : วันแรงงานแห่งชาติ/วันกรรมกรสากล
วันที่ 5 พฤษภาคม : วันฉัตรมงคล

ข้างขึ้น เดือน 6  : วันพืชมงคล
ขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 : วันวิสาขบูชา

วันสำคัญที่สำคัญจริงๆนะในเดือนมิถุนายน
วันที่ 26 มิถุนายน : วันสุนทรภู่

วันสำคัญที่สำคัญจริงๆนะในเดือนกรกฎาคม
ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 : วันอาสาฬหบูชา
แรม 1 ค่ำ เดือน 8 ถึง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 : วันเข้าพรรษา
วันที่ 29 กรกฎาคม : วันภาษาไทยแห่งชาติ


วันสำคัญที่สำคัญจริงๆนะในเดือนสิงหาคม
วันที่ 12 สิงหาคม : วันฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ
วันที่ 12 สิงหาคม : วันแม่แห่งชาติ


วันสำคัญที่สำคัญจริงๆนะในเดือนกันยายน
วันที่ 20 กันยายน : วันเยาวชนแห่งชาติ

วันสำคัญที่สำคัญจริงๆนะในเดือนตุลาคม
แรม 15 ค่ำ เดือน 10 : วันสารทไทย
ขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 : วันออกพรรษา

วันที่ 14 ตุลาคม : วันประชาธิปไตย
วันที่ 23 ตุลาคม : วันปิยมหาราช

วันสำคัญที่สำคัญจริงๆนะในเดือนพฤศจิกายน
ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 : วันลอยกระทง

วันสำคัญที่สำคัญจริงๆนะในเดือนธันวาคม
5 ธันวาคม : วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
5 ธันวาคม : วันพ่อแห่งชาติ
10 ธันวาคม : วันรัฐธรรมนูญ






























วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

ดนตรี



ดนตรีไทย
                ดนตรีไทย เป็นศิลปะแขนงหนึ่งของไทย ได้รับอิทธิพลมาจาก ประเทศต่าง ๆ เช่น อินเดีย จีน อินโดนีเซีย และอื่น ๆ เครื่องดนตรีมี 4 ประเภท ดีด สี ตี เป่า
                “เครื่องดนตรี พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายไว้ว่า เป็นเครื่องบรรเลงซึ่งมีเสียงดัง ทำให้รู้สึกเพลิดเพลิน หรือเกิดอารมณ์รัก โศก และรื่นเริงได้ตามทำนองเพลง เครื่องดนตรีไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมซึ่งบรรพบุรุษของเราได้สร้างสมไว้ และเป็นเครื่องหมาย อย่างหนึ่งที่แสดงลักษณะเฉพาะของชาติไทย เช่นเดียวกับภาษา และ ศิลปวัฒนธรรมด้านอื่น ๆ สมควรที่เราจะภาคภูมิใจและช่วยกันทะนุบำรุง ส่งเสริมและรักษาไว้ให้ดำรงคงอยู่สืบไป ในเบื้องต้นนี้ เราควรจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับดนตรีไทย อันอาจจะก่อให้เกิดความรักและ ความสนใจดนตรีไทยขึ้นมาได้ ต่อไปนี้จะขอแนะนำให้รู้จักส่วนหนึ่งของ "ดนตรีไทย" คือ "เครื่องดนตรีไทย"
                                                                มโหรีปี่ฆ้องร้องรับ                                          ซอขับขลุ่ยครวญหวนหา
                                                จับปี่มี่ก้องร้องลา                                               หลิบหลบครบครัน
                                                ติงทั่งทั่งติงฉิ่งฉับ                                              จะเข้รับด้วงล้วงทรวงสั่น
                                                จวนสิ้นเสียงกล่อมโลกพลัน                           ฝากมันแก่เจ้านี้ ดนตรีไทย
                                                                เสียงซออออ่อ                                     อ้อเอื่อยเพลง
                                                จับปี่เต๋งเต้ง                                                         เตงเต่งต้อง
                                                ตอดตุ๋ยตุ่ยตุ้ยเหนง                                             เหน้งเหน่งระนาดเอย
                                                ฆ้องหน่องหนองน่องหน้อง                           ผรึ่งผรึ้งผรึ้งตะโพน
 ประเภทของเครื่องดนตรี ออกได้เป็นกลุ่มกว้าง ๆ ได้ดังนี้
1. เครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องดีด
                เครื่องดีด คือ เครื่องดนตรีไทยที่บรรเลงหรือเล่นด้วยการใช้นิ้วมือ หรือไม้ดีด ดีดสาย ให้สั่นสะเทือนจึงเกิดเสียงขึ้น เครื่องดนตรีไทยประเภทนี้มีหลายชนิด แต่ที่นิยมเล่น กันแพร่หลาย ในปัจจุบันมีอยู่ไม่กี่ชนิด คือ กระจับ พิณและจะเข้
2. เครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องสี
                เป็นเครื่องสายที่ทำให้เกิดเสียงด้วยการใช้คันชักสีเข้ากับสายในดนตรีไทยเรียกว่า ซอ ซึ่งมีอยู่ ๓ ชนิด ด้วยกัน คือ ซอด้วง ซอสามสาย ซออู้
3. เครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องตี
                เครื่องตี เป็นเครื่องดนตรีที่ทำให้เกิด เสียงดนตรีด้วยการใช้ของสองสิ่งกระทบกัน ด้วยการตี นับว่าเป็นเครื่องดนตรีประเภท เก่าแก่ที่สุดที่ที่มนุษย์รู้จักใช้ ได้มีวิวัฒนาการจากอุปกรณ์ง่ายๆ ให้มี ความหลากหลายออกไปทั้งรูปแบบและวัสดุที่ใช้ สำหรับเครื่องดนตรีไทย ที่เป็นประเภทเครื่องตีมีดังนี้ เครื่องตีทำด้วยไม้ เครื่องตีทำด้วยโลหะ เครื่องตีทำด้วยหนัง

4. เครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องเป่า
                เครื่องเป่า เป็นเครื่องดนตรีที่ทำให้เกิดเสียงจากลมเป่า อุปกรณ์ดังเดิมได้จากพืช ได้แก่หลอดไม้ต่าง ๆ และจากสัตว์ ได้แก่ เขาสัตว์ต่างๆ ต่อมาได้มีวิวัฒนาการด้วยการเจาะรูและทำลิ้น เพื่อให้เกิดระดับเสียงได้มาก เครื่องดนตรีเหล่านี้ ได้แก่ ขลุ่ยชนิดต่าง ๆ ปี่ ชนิดต่าง ๆ และแคน เป็นต้น

วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2554

ธงชาติและเพลงชาติ

            ประเทศหรือที่เรียกกันว่า ชาติ ”   หมายถึง  แผ่นดิน  อาณาเขต  และประชากรที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้น  อันเป็นศูนย์รวมแห่งความรัก  ความสามัคคี  ความเสียสละ  ความกล้าหาญ   และการมีผลประโยชน์ร่วมกัน  อันมีเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมประจำชาติเป็นของตัวเอง

ความหมายและความสำคัญของธงชาติไทย
                ธงชาติเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงวามเป็นชาติของประเทศหรือชาติต่าง ๆ ที่ยอมรับกันโดยทั่วไป  ซึ่งแต่ละประเทศ  ธงชาติจะมีสีที่แตกต่างกันและคล้ายคลึงกันบ้าง
                ( พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน  นิยามคำว่า  ธงชาติ  ไว้ว่า  ธงชาติ  น.  ธงที่ความหมายถึงประเทศและธงชาติใดชาติหนึ่ง

ธงไตรรงค์  ธำรงไทย
            ธงชาติไทยหรือธงไตรรงค์เป็นสัญลักษณะของประเทศไทยหรือชาติไทยที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ และศักดิ์ศรีในความเป็นไทย  ซึ่งมีความหมายแสดงความเป็นเอกราชอธิปไตยของชาติ  รวมทั้งสถาบันชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย์  ธงชาติจึงมีความศักดิ์สิทธิ์ต้องได้รับความเคารพอย่างสูง  และยังมีความสำคัญทางจิตใจที่แสดงถึงความรักชาติ  ความรู้สึกที่มีร่วมกันของคนในชาติ  นอกจากนั้นยังเป็นเสมือนสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่ไม่อาจลบหลู่และสามารถเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชาติ  เพื่อจะได้ดำรงไว้ซึ่งความเป็นปึกแผ่นของประเทศไทยให้ยั่งยือตลอดไปชั่วกาลนาน

ธงที่มีความหมายถึงประเทศไทยและชาติไทย
              ๑. ธงชาติไทย  มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  กว้าง  ๖  ส่วน   ยาง  ๙  ส่วน  ด้านกว้างแบ่งเป็น  ๕   แถบ  ตลอดความยาวของผืนธง   ตรงกลางเป็นแถบสีน้ำเงินแก่   กว้าง   ๒    ส่วน  ต่อจากแถบสีน้ำเงินแก่ออกไปทั้งสองข้างเป็นแถบสีขาว  กว้างข้างละ  ๑  ส่วน  ต่อจากแถบสีขาวออกไปทั้งสองข้างเป็นแถบสีแดง  กว้างข้างละ   ๑   ส่วน  ธงชาตินี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  ธงไตรรงค์
              ๒. ธงราชนาวี  มีลักษณะอย่างเดียวกับธงชาติ  แต่ตรงกลางของผืนธงมีดวงกลมสีแดงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางยาว  ๕  ใน ๖  ของความกว้างของผืนธง  โดยให้ขอบของดวงกลมจดขอบแถบสีแดงของผืนธง  ภายวงกลมมีช้างเผือกทรงยืนแท่นหันหน้าเข้าหาเสาธงหรือคันธง

ความหมายของสีธงชาติไทย
            พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่  ๖   ทรงกำหนดความหมายของสีธงชาติไว้  ดังนี้
                        สีแดง              หมายถึง           ชาติ  คือประชาชน
                        สีขาว              หมายถึง           ศาสนา ( มิได้เน้นศาสนาใดโดยเฉพาะ )
                        สีน้ำเงิน           หมายถึง           พระมหากษัตริย์

เพลงชาติไทย

                ประวัติเนื้อเพลงชาติไทย พุทธศักราช ๒๔๘๒ รัฐบาลเปลี่ยนชื่อประเทศจาก "สยาม" มาเป็นประเทศไทย ทำให้เกิดการแก้ไขบทร้องเพลงชาติใหม่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งโดยประกาศให้ยื่นประกวดเนื้อเพลงที่แต่งให้เข้ากับทำนองเพลงชาติเดิมการประกวดครั้งนี้มีผู้ส่งบทเนื้อร้องเข้าร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก ในที่สุดคณะกรรมการได้คัดเลือกบทเนื้อร้องของหลวงสารานุประพันธ์เสนอให้คณะรัฐมนตรีวินิจฉัย ที่ประชุมปรึกษาพิจารณาแล้วลงมติรับบทเพลงนั้น โดยแก้ไขไปบ้างตามความเหมาะสม วันที่ ๑๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๒ รัฐบาลจึงได้ประกาศ "รัฐนิยมฉบับที่ ๖" ให้ใช้ทำนองเพลงชาติของพระเจนดุริยางค์ตามแบบที่มีอยู่ในกรมศิลปกรส่วนเนื้อร้องเพลงชาติให้ใช้บทเพลงของหลวงสารานุประพันธ์ ซึ่งประพันธ์ขึ้นในนามของกองทัพบก ดังที่เราได้ยินได้ฟังกันอยู่ในทุกวัน

เนื้อเพลง
                                ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย          เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน
                อยู่ดำรงค งไว้ได้ทั้งมวล                                                    ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี
                ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด                                       เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
                สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี                                         เถลิงประเทศชาติไทยทวี มีชัย ชโย